รู้จักสัญญาณเตือน 5 อย่างเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหารถและแบตเตอรี่หมดล่วงหน้า

รู้จักสัญญาณเตือน 5 อย่างเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหารถและแบตเตอรี่หมดล่วงหน้า

รู้จักสัญญาณเตือน 5 อย่างเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหารถและแบตเตอรี่หมดล่วงหน้า

หากเจ้าของรถยนต์ท่านใดยังไม่เคยเจอปัญหารถยนต์ หรือไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เบื้องต้นมากนัก พอเริ่มเห็นสัญญาณเตือนว่าไฟอ่อนหรือแบตเตอรี่ใกล้หมด ก็อาจจะไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ทำให้เตรียมตัวไม่ทัน ซึ่งแท้จริงแล้วปัญหารถเหล่านี้เกิดขึ้นกับรถทุกคันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นท่านที่เป็นเจ้าของรถก็ควรจะใส่ใจเรื่องการเช็คสภาพรถยนต์ และเรียนรู้วิธีสังเกตสัญญาณเตือนง่ายๆ แบบเบื้องต้นที่แม้แต่นักขับมือใหม่ก็เข้าใจได้ไม่ยาก

  1. คนขี้ลืมกับปัญหารถแบตหมดตอนเช้า เคยไหมที่รีบเข้าบ้านจนลืมเปิดไฟรถค้างไว้ทั้งคืน ตื่นมาอีกทีตอนเช้าเห็นไฟสว่างจ้าก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ยิ่งถ้าแบตเตอรี่ใกล้จะหมดอยู่แล้ว ก็อาจจะทำให้รถสตาร์ทไม่ติดเลยก็ได้ ถ้าเจอแบบนี้คงต้องมองหาแบตเตอรี่รถยนต์ดีๆ ที่มีคุณภาพสูง ส่วนคนที่โชคดีหน่อย หากรถยังพอสตาร์ทได้อยู่ แนะนำให้สตาร์ทรถทิ้งไว้ประมาณ 10 ถึง 15 นาที วิธีนี้จะเป็นการช่วยชาร์จแบตเตอรี่ได้
  2. เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหารถที่มีอาการสตาร์ทติดยาก สตาร์ทแล้วสตาร์ทอีกกว่าจะติด สังเกตได้อย่างชัดเจนว่ารถของคุณใช้เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์นานขึ้น ถ้าเริ่มมีอาการแบบนี้แสดงว่าอาการของแบตเตอรี่อาจจะกำลังเริ่มมีปัญหา ยิ่งเครื่องยนต์ใช้เวลาสตาร์ทนานเท่าไหร่ ก็เป็นลางบอกเหตุว่าแบตเตอรี่รถยนต์ลูกนั้นใกล้หมดสมรรถภาพเต็มทีแล้ว ดังนั้นหากใส่ใจซักนิด ก็ควรรีบนำรถเข้าไปเช็คสภาพแบตเตอรี่และรีบเปลี่ยนลูกใหม่ทันที
  3. ใช้แบตเตอรี่เก่ามานานหลายปี ลองนึกถึงการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ครั้งสุดท้ายของคุณดูสิ หากมันนานจนแทบจำไม่ได้ และถึงแม้ว่าคุณยังไม่เจอกับปัญหารถหรือแบตเตอรี่ก็ตาม แต่เป็นไปได้ว่าอาจจะใกล้ถึงวาระและเวลาของการเปลี่ยนแล้ว เพราะโดยทั่วไปแบตเตอรี่รถยนต์จะมีอายุใช้งานอยู่ที่ราวๆ 1 ถึง 3 ปี วิธีที่ดีที่สุดคือ อาจจะเช็คจากใบรับประกันแบตเตอรี่ หรือเปิดฝากระโปรง และลองมองหาวันเดือนปีของการติดตั้งแบตเตอรี่ดู ก็จะรู้ว่าแบตเตอรี่ของคุณมีอายุใช้งานนานขนาดไหน นอกจากนี้อาจจะลองเช็คสัญญาณเตือนเบื้องต้นของแบตเตอรี่ที่ใกล้หมดดูก่อนก็ช่วยได้อีกทางหนึ่ง
  4. อาการไฟสลัวทั้งในและนอกรถ เมื่อไหร่ก็ตามที่ไฟทั้งภายนอกและภายในที่เคยส่องสว่าง กลับกลายเป็นเริ่มที่จะมืดและจืดจางเหมือนแรงกำลังอ่อนลง แสดงว่าเป็นลางบอกเหตุว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหารถและแบตเตอรี่ลดน้อยลง จนแบตฯอาจจะหมดอีกในไม่ช้าแน่ๆ อาการแบบนี้สำคัญมาก เพราะหากคุณขับรถตอนกลางคืนแต่ไฟหน้าส่องไม่สว่าง โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนก็อาจจะมีได้ ดังนั้นหากเจอปัญหาแบบนี้ควรแก้ไขโดยด่วน
  5. ขี้เกลือหรือขั้วแบตเตอรรี่สึกกร่อน สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับเจ้าของรถคือ เรื่องของการตรวจเช็ครถยนต์อย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาอย่างขี้เกลือขึ้นขั้วแบตเตอรี่อาจจะทำให้รถของคุณสตาร์ทไม่ติดก็เป็นได้ หากมีผงขาวๆ (ตะกั่วซัลเฟต) อยู่บริเวณแบตเตอรี่ ก็แสดงว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้แล้ว เพราะการเกิดขี้เกลือหรือการสึกกร่อนนั้นเป็นต้นเหตุของปัญหาการส่งกระแสไฟฟ้าไปยังมอเตอร์สตาร์ท ซึ่งก็มีต้นตอสาเหตุอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น การรั่วของอิเล็กโทรไลท์ที่เกิดจากรอยแตกของแบตเตอรี่ การใส่น้ำกลั่นแบตเตอรี่มากเกินไป และแบตเตอรี่ถูกใช้งานมานานเกินไป

จะเห็นได้ว่าเรื่องปัญหารถและแบตเตอรี่นั้นเป็นของคู่กัน ดังนั้นการตรวจเช็คสภาพรถยนต์อยู่เป็นประจำ และเช็คว่าควรเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้วหรือยังก็จะทำให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน

หากรถยนต์ของคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ใหม่ ทาง Mchanix Battery สามารถช่วยคุณได้ เรามีแบตเตอรี่ครบทุกรุ่นเพื่อรองรับกับรถทุกประเทภ Mchanix Battery เป็นแบตเตอรี่แห้งซิลปิดสนิท ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งาน กำลังไฟสูง ทนทาน และรับประกัน 1 ปีเต็ม พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ทั่วประเทศ

สนใจปรึกษาสอบถามราคาโปรโมชั่นและรุ่นแบตสำหรับรถของคุณเพิ่มเติมได้ทันทีที่

Tel : 02-643-9865 หรือ 098-248-6567
Line : @mchanix
Facebook : Mchanix Battery

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email
Share on google
Google+